Spread the love

Let’s Eat รีวิว : Old man Cafe’ Craft & Drink

old man 04

 

วันนี้พามาทานกาแฟร้านนึงย่านบางขุนนนท์ครับ ร้านนี้เปิดมาได้ไม่นานครับ ตกแต่งร้านได้สไตล์ Oldman จริงๆ เก่าๆฮิปๆ มีของเก่าๆประดับประดาอยู่รอบๆร้าน โทนร้านแต่งด้วยโทนสีเข้มดูเป็นผู้ใหญ่ๆ บวกกับโซฟาหนังนั่งสบายๆรายรอบร้าน ร้่านนี้มีที่นั่งสองโซนครับ ด้านนอกกับด้านในที่ติดแอร์

old man 05

old man 06

old man 07

old man 08

old man 09

old man 17

old man 18

ทีนี้มาดูโซนด้านในกันบ้างครับ

old man 10

old man 11

old man 12

old man 13

old man 14

old man 16

 

ร้านนี้กลางวันจะขายกาแฟและเครื่องดื่มเป็นMocktail เป็นพวกหัวเชื้อน้ำผลไม้ใส่ผสมโซดาครับ ราคาหลักสิบปลายๆ ผมสั่ง KS Cooler เป็นKiwi&Strawberry ครับ(65บาท) ส่วนกาแฟที่นี่ก็เริ่มต้นที่45บาทจนถึง80บาท ผมสั่งLatte ร้อนมา(55บาท) เข้มข้นดีครับ ทานกับเมนูของขนมหวานซึ่งมีไม่กี่อย่าง ผมลองสั่ง Waffle on the Rock(120บาท) มาทานคู่กับกาแฟครับ

old man 01
old man 02

old man 03
ผมไปกลางวันครับแล้ววันที่ผมไปเป็นวันพระใหญ่ เลยไม่มีแอลกอฮอล์ขาย ทำให้ครัวของคาวเค้าปิดด้วยครับ ไม่มีเมนูของว่างทานเล่นเลย ใจจริงอยากไปลองพวกของทานเล่นด้วยมากกว่าครับ อย่างไส้กรอกรวม หรือพวกทอดCOMBO ที่จะมีปอเปี๊ยะกุ้ง ฟิชสติ๊ก ไก่ทอดปาปริก้า ปีกไก่นิวออลีนและเฟรนฟรายด์ครับ พอตกมืดๆที่นี่จะมีวงดนตรีมาเล่นเคล้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปลี่ยนบรรยากาศร้านให้เป็นอีกสไตล์กึ่งผับได้ลงตัวดีเลยครับ

 

*****รีวิวภาคกลางคืน*****

 

ผมชอบคอนเซ็ปของร้านนี้มากๆ กลางวันก็ขายเป็นกาแฟ Soft Drink ขนม ของว่าง และไอศครีมทานเล่นเป็นหลัก พอตกดึกก็ เปลี่ยนแนวเป็นกึ่งผับ จิบเบียร์ นั่งฟังเพลงชิวๆ ได้อย่างไม่เขินแต่อย่างใด ด้วยสไตล์การแต่งร้านที่ค่อนข้างลงตัว ที่สามารถทำให้บรรยากาศเดียวกัน เปลี่ยนแปลงไปได้สองอารมณ์

old man 001

old man 002

old man 009

old man 010

old man 011

old man 014

ผมกลับไปรอบดึกเลยสั่งเป็นมื้อเย็นมาทานครับ เมนูมีไม่เยอะมากครับ จะเน้นไปที่อาหารตะวันตกครับ ก็จะมีของว่าง ซุป สลัด พาสต้า และสเต็กครับ ผมเรืิ่มจากเมนูโปรดของผมครับ กับ Fried Calamari (90บาท) เป็นปลาหมึกทอด ซึ่งแต่ละร้านจะใช้แป้งไม่เหมือนกันครับ บางร้านมาแป้งหนามาก และบางร้านก็ไม่กรอบ แต่ร้านนี้ลงตัวดีครับ ผมชอบแป้งลักษณะแบบนี้ครับ

old man 013

old man 004

อีกเมนูที่สั่งเป็นจานหลัก คือสเต็กหมูจิ้มแจ่วครับ (180บาท) มาชิ้นไม่ใหญ่ครับ น่าจะประมาณ150กรัมได้นะครับ กำลังดี ย่างมานุ่มมากๆครับ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มแจ่วก็อร่อยแล้วครับ เสริฟมาบนเขียงไม้ ทานคู่กับผักสลัด อร่อยดีครับ ถ้าเป็นสเต็กเนื้อจะ230บาทครับ

old man 005

old man 006

มาถึงเมนูสุดท้ายที่คนสั่งมาทานเยอะมากๆครับ คือ Fried Combo ครับ (180บาท) เป็นรวมของทอดทั้งหลายครับ จะมีเฟรนซ์ฟราย ปีกไก่นิวออลีนทอด ไก่ปาปริก้าทอด ปลาชุบเกล็ดขนมปังทอดและกุ้งห่มสไปครับ เสริฟมาพร้อมกับโคลสลอว์ครับ เมนูสุดท้ายนี้หักอารมณ์ของผมมากๆครับ ของทอดที่ทอดมามันเลี่ยนมากๆครับ อย่างปลาทอดไม่รู้ผ่านการชุบแป้งมาไม่รู้กี่รอบ เพราะแป้งหนามาก เนื้อปลานิดเดียว แถมอมน้ำมันสุดครับตัวเฟรนซ์ฟรายก็ไม่กรอบ อมน้ำมัน แถมมีกลิ่นน้ำมันด้วย กุ้งห่อสไบก็ไม่กรอบ รวมๆทุกอย่างในเมนูนี้ผิดหวังสุดๆครับ ทั้งไม่กรอบ และอมน้ำมันหืนสุดๆครับ ตัวโคลสลอว์ก็เค็มปี๋เลยครับ หรือผมติดที่ว่ามันน่าจะหวานนี้จากร้านอื่นๆ แต่ก็ไม่น่าจะเค็มขนาดนี้ครับ รสเกลือโดดออกมามาก

old man 007

สุดท้าย ดีหมดทุกอย่าง ชอบมากๆร้านนี้ กาแฟเข้ม หอม ขนมอร่อย อาหารดี ดนตรีเพราะ ชอบสไตล์ร้าน ชอบๆๆๆ ทุกอย่างทั้งภาคกลางวันและกลางคืน แต่มาตกม้าตายสำหรับแค่เมนูเดียวสำหรับผม ความรู้สึกเปลี่ยนไปนิดหน่อย ถ้าตัดเมนูสุดท้ายไปได้แล้วจะPerfect มากๆครับ

old man 003

วันที่ผมไปที่นั่งด้านในเต็มทั้งสองส่วนครับ ต้องนั่งดมควันบุหรี่อยู่โซนopen air ด้านหน้าร้านอยู่หลายชั่วโมง แทบตายเหมือนกันครับ ซึ่งจริงๆแล้วร้านอาหารหรือผับ เค้าก็จะห้ามสูบในโซนด้านในอยู่แล้วซึ่งก็เป็นกม.บังคับ หรือถ้าเป็นร้านอื่นๆก็จะจัดส่วนสูบบุหรี่แยกไว้ไกลจากโต๊ะอาหารพอสมควรครับ แต่ที่นี่ถ้าเป็นโซนopen air ด้านหน้าร้่านก็จะสูบกันทุกโต๊ะครับ ใครไม่สูบแค่เดินผ่านหน้าร้านเข้าไปก็แย่แล้วครับ ถึงแม้ว่ามันใช้เวลาไม่กี่ก้าวในการผ่านเข้าไป แต่คนไม่สูบ ยังไงก็เหม็นครับ อยากจะแนะนำให้จัดที่นั่งด้านข้างร้านก็ยังดีครับ ทำเป็นที่นั่ง ที่เขี่ยให้เรียบร้อยก็ไม่ผิดกติกาครับ เพราะผมก็เห็นหลายโต๊ะที่มีเด็กไปด้วย

ร้านนี้อยู่บางขุนนนท์27ครับผม จอดรถข้างทางได้เลย มีให้จอดเหลือเฟือครับ ส่วนตัวชอบร้านสไตล์นี้มากๆ แต่งแบบเข้มๆ กลางวันขายกาแฟเข้มๆตกมืดมีแอลกอฮอล์มาเสริม เมนูน้อยๆ ง่ายๆชอบมากๆครับร้านนี้

old man 008      old man 015

(296)

Facebook Comments

Visits: 83